มือถือ AIS ทำไมต้องของหรู?: รู้จักกับสมาร์ทโฟนราคาเบาๆ

มือถือ AIS ทำไมต้องของหรู?: รู้จักกับสมาร์ทโฟนราคาเบาๆ ในช่วงรอบ 1-2 ปีนี้ เราได้เห็นทั้งความพยายามของไมโครซอฟท์ กูเกิล และมอสซิลล่า ในการ “ผลัก” ขอบเขตของราคามือถือโดยเฉลี่ย ต่ำลงไปมากกว่าเดิม และพยายามที่จะให้เป็นสมาร์ทโฟนที่คุ้มค่ามากที่สุด

ซึ่งสิ่งที่เราเห็นกัน คือการจับมือกับผู้ผลิตบางรายที่เราอาจจะไม่เคยแม้แต่ได้ยินชื่อมาก่อน แต่ผู้ผลิตเหล่านี้กลับมีศักยภาพที่จะผลิตมือถือราคาถูกออกมาให้คนทั่วไปได้ใช้กัน

บทความนี้จะเป็นการแนะนำสั้นๆ เกี่ยวกับผู้ผลิตมือถือตลาดล่างเหล่านี้ โดยจะพยายามหาเหตุผลว่าทำไมโทรศัพท์มือถือจึงมีราคาที่ถูกลง จะมีผลดีอย่างไร และแนะนำผู้เล่นบางรายในตลาดนี้ที่เราอาจจะได้ยินชื่อบ่อยขึ้น นับจากนี้ครับ
ข้อสังเกตบางประการของมือถือราคาถูก

ในทัศนะของผู้เขียน มีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้สมาร์ทโฟนราคาถูกที่มีประสิทธิภาพต่อราคาดังเช่นในปัจจุบัน เกิดขึ้นได้ด้วยห้าปัจจัยหลักสำคัญ ซึ่งห้าปัจจัยนี้แม้จะแยกออกจากกันได้ แต่ก็มีความเกี่ยวพันและซ้อนทับกันค่อนข้างสูงมาก ซึ่งจะต้องพิจารณาไปพร้อมๆ กัน ดังนี้

สภาพการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่เริ่ม “ช้าลง” เราจะเริ่มสังเกตได้ว่าในโทรศัพท์มือถือกลุ่มเรือธง (flagship) ในแต่ละปีและในแต่ละรุ่น เริ่มมีความแตกต่างกันน้อยลงมาก หรือแทบจะไม่มีเลย (ตัวอย่างเช่น Xperia Z2 => Z3 หรือ Galaxy Note 3 => Note 4) เพราะอัตราการพัฒนาเทคโนโลยีของสมาร์ทโฟนในกลุ่มนี้ช้าลงกว่าเดิม (ลองอ่านบทสัมภาษณ์ Hutchison หัวหน้าแผนกออกแบบของ Vertu ประกอบ)

สภาพของตลาดสมาร์ทโฟนเปลี่ยนแปลงไป เมื่อพัฒนาการของเทคโนโลยีมีแนวโน้มที่จะช้าลง เหตุผลของผู้ซื้อที่จะซื้อเครื่องในกลุ่มเรือธงก็น้อยลง ผลที่ได้คือตลาดเรือธงเริ่มนิ่ง สภาพของตลาดจึงบีบให้ผู้ผลิตต้องแสวงหาตลาดอื่น ซึ่งถ้าไม่จับตลาดหรูไปเลย (แบบที่ BlackBerry ร่วมกับ Porsche Design หรือ ซัมซุงร่วมกับ Montblanc, Swarovski) ก็ลงไปตลาดกลางค่อนล่าง ที่การแข่งขันเริ่มดุเดือดและว่ากันที่เรื่องของ “ราคา” เป็นหลัก

ระบบปฏิบัติการ ในแง่นี้หมายรวมไปถึงระบบแวดล้อม (ecosystem) ด้วย โดยสำหรับ iOS ซึ่งถือเป็นระบบปฏิบัติการปิดของตัวเอง ย่อมนำมาพิจารณาไม่ได้ แต่กับ Android, Windows Phone และ Firefox OS ซึ่งตัวระบบปฏิบัติการนั้น “แจกฟรี” สำหรับผู้ผลิต ทำให้ต้นทุนในการผลิตลดลง ไม่ต้องสร้างระบบปฏิบัติการของตัวเองออกมา

การแข่งขันในตลาดฮาร์ดแวร์ แต่เดิมเราจะเห็นผู้ผลิตหน่วยประมวลผลหรือชุดประมวลผล (ชิปเซ็ต) เพียงไม่กี่รายเท่านั้น อย่างไรก็ตาม การเข้ามาของผู้เล่นรายใหม่ที่เราอาจจะไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน เช่น MediaTek, Rockchip, Allwinner, Spreadtrum หรือแม้กระทั่ง Intel ที่ลงมาในตลาดนี้ (แม้จะช้ากว่ารายอื่นๆ) และใช้ราคาเข้าสู้ (เพราะบุกมาจากตลาดอื่น) ทำให้เกิดการแข่งขันในเชิงราคาขึ้น ชิปเซ็ตจากบริษัทหน้าใหม่เหล่านี้มีราคาที่ถูกลงมาก ขณะที่มีประสิทธิภาพซึ่งพอเพียง หรือในบางครั้งก็มากกว่าเจ้าตลาด ทำให้ราคาโดยเฉลี่ยถูกลง และเป็นแรงกดดันที่ส่งผลให้เจ้าตลาด (อย่างเช่น Qualcomm) ต้องเริ่มหันมากดราคาชิปของตัวเอง

การประหยัดจากขนาด (economy of scale) เป็นคำอธิบายกระบวนการในการผลิต ที่อาจจะอธิบายได้ง่ายที่สุดนั่นก็คือ ยิ่งผลิตมาก ต้นทุนในการผลิตก็จะลดลงไปเรื่อยๆ นั่นเอง กล่าวคือ สิ่งที่ผลิตชิ้นแรกย่อมมีต้นทุนที่มากที่สุด พอในชิ้นถัดไป ต้นทุนเหล่านั้นจะถูกหารลงไปเรื่อยๆ จนในที่สุดเมื่อถึงระดับหนึ่ง (ในเชิงจินตภาพ) ต้นทุนเหล่านั้นก็จะน้อยลงมาก ซึ่งเรื่องนี้ต้องขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีในการผลิตด้วย ว่าเอื้ออำนวยให้เกิดสภาพแบบนั้นมากน้อยเพียงใด
ห้าปัจจัยหลักดังกล่าวเป็นสิ่งที่เกาะเกี่ยวและเชื่อมโยงกัน แม้จะไม่เกิดขึ้นพร้อมๆ กันหมดในครั้งเดียว แต่ล้วนแล้วแต่เป็นปัจจัยที่ส่งเสริมทำให้สมาร์ทโฟนมีราคาที่ถูกลงกว่าเดิม และกลายสภาพเป็นสินค้าอุปโภค (commodity) ที่ทุกๆ คน สามารถหาซื้อหรือสามารถมีได้นั่นเอง ซึ่งก็สอดคล้องกับตัวเลขของบริษัทวิจัย IDC ที่ระบุว่าในปี 2018 ราคาของสมาร์ทโฟนโดยเฉลี่ยจะมีราคาต่ำลง จากที่ในปีนี้อยู่ที่ระดับ 314 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 10,000 บาท) เหลือ 267 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 8,000 บาท) ในปี 2018
สิ่งที่ตามมาจากปรากฏการณ์โทรศัพท์มือถือราคาถูกนี้ คือการเอื้ออำนวยให้เกิดแบรนด์มือถือรายใหม่ๆ ที่ผลิตมือถือมีคุณภาพแต่ราคาถูกลงไปมากในท้องตลาด ซึ่งมักจะเป็นผู้ผลิตในท้องถิ่น
การขึ้นมาของแบรนด์ราคาถูก

ในรอบปีนี้เราอาจได้ยินชื่อแบรนด์มือถือราคาถูกอย่างเช่น Micromax, Lava, Karbonn, Spice หรือ XOLO (กรณีของไทยที่ชัดเจนคือการที่ AIS นำเข้ามือถือ Lava เพื่อมาจัดจำหน่ายโดยเฉพาะ) คำถามคือ แบรนด์เหล่านี้เกิดขึ้นมาได้อย่างไร?
การเกิดขึ้นของ local brand เหล่านี้ (บางค่ายอาจจะเป็น regional brand คือทำตลาดนอกประเทศตัวเองด้วย) มีปัจจัยเรื่องของท้องถิ่นเป็นหลัก ที่ความต้องการบางอย่างอาจจะไม่ได้ถูกบรรจุอยู่ในโทรศัพท์ที่ขายทั่วโลก ตัวอย่างเช่น โทรศัพท์ที่ขายทั่วโลกอาจจะไม่สามารถรับวิทยุหรือทีวีได้ ขณะที่ในท้องถิ่นกลับมีความต้องการโทรศัพท์ที่รับวิทยุหรือทีวีได้ หรือภาษาท้องถิ่นของตัวเองที่ไม่ได้รับการบรรจุลงไปในเครื่องเหล่านี้