บางค้างคาว ‘ชุมชน-ศาสนา’ เสริมสุขภาวะ

เหลืออีกไม่กี่วันก็จะเข้าสู่ “เทศกาลสงกรานต์” กันแล้ว ซึ่งนอกจากการเล่นสาดน้ำ อย่างสนุกสุดเหวี่ยงเพื่อผ่อนคลายจากอากาศอบอ้าว ในฤดูร้อน เทศกาลสงกรานต์ยังมีความหมาย ในแง่ “วันรวมญาติ” เพราะเป็นวันที่พ่อแม่พี่น้อง ลูกหลานที่แยกย้ายไปเรียนไปทำงานในต่างจังหวัดหรือแม้แต่ในต่างประเทศกลับมารวมตัวกัน โดย รัฐบาลไทยก็ได้กำหนดให้วันที่ 13 เมษายน ตรงกับ “วันผู้สูงอายุ” และวันที่ 14 เมษายน ตรงกับ “วันครอบครัว”

เพื่อย้ำถึงความสำคัญของสถาบันครอบครัวกับสังคมไทย ซึ่งด้วยปัจจัยทางเศรษฐกิจที่ผลักดันให้คนหนุ่มสาวจากชนบทออกจากบ้านไปทำงานในเมืองใหญ่เพราะมีค่าตอบแทนทั้งปัจจุบันและอนาคตที่คุ้มค่า ก่อผลกระทบข้างเคียงคือปัญหา “ช่องว่างระหว่างวัย” เพราะเมื่อคนหนุ่มสาวมีบุตรก็มักจะส่งกลับภูมิลำเนาไป “ฝาก” ให้พ่อแม่ที่แก่ชราดูแลพร้อมกับส่งเงินไปให้เป็นระยะๆ ทว่าเมื่อเด็กน้อย เมื่อโตขึ้นมาด้วยอายุที่ห่างจากผู้เลี้ยงดูค่อนข้างมาก “การสื่อสารระหว่างกันจึงไม่ค่อยราบรื่นนัก” ส่งผลให้ผู้สูงอายุจำนวนไม่น้อย “เลือกไปอยู่ตาม ลำพัง” ดีกว่าจะอยู่กับหลานหรือแม้แต่กับลูก “บางค้างคาว” เป็นหมู่บ้านชุมชนชายทะเลฝั่งอันดามัน ตั้งอยู่ในพื้นที่ อ.สิเกา จ.ตรัง มีสภาพเป็นป่าชายเลนสลับกับสวนยางสวนปาล์ม เป็นชุมชนใช้ชีวิตเรียบง่ายตามหลักศาสนาอิสลาม แต่ที่นี่มีปัญหาคือเมื่อคนวัยแรงงานออกไปทำงานนอกพื้นที่ “ผู้สูงอายุในหมู่บ้านบางส่วนเลือกปลีกตัวแยกออกไปใช้ชีวิตตามลำพัง” ไม่ยอมอยู่ร่วมกับลูกหลาน และแม้ว่ามีผู้สูงอายุที่อยู่กับครอบครัว แต่กำลังหลักของบ้านก็ต้องออกไปทำงานไม่ค่อยมีเวลาดูแลอยู่ดี ทำให้ปัญหาสุขภาพของผู้สูงวัยทวีความรุนแรงขึ้นเพราะขาดคนดูแล. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth